ศสพ.ระยอง แบ่งปันวิธีการแปรรูป "น้ำสมุนไพรว่านหางจระเข้" และประโยชน์ของการรับประทานว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ สมุนไพรที่คนไทยต่างคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก มักเป็นพืชที่มีประจำบ้านเพราะในยามที่เกินอุบัติเหตุไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือแผลมีดบาด โดยนำวุ้นว่านหางจระเข้มาทาบริเวณบาดแผล จะลดการเผาไหม้ และยังช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าประโยชน์ของว่านหางจระเข้นั้นไม่เพียงแต่รักษาภายนอกร่างกายแต่ยังดีต่อภายในร่างกายอีกด้วย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง แบ่งปันการวิธีการแปรรูปสมุนไพรว่านหางจระเข้ โดยการทำ “น้ำสมุนไพรว่านหางจระเข้” พร้อมเรียนรู้ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ต่อร่างกายเมื่อนำมารับประทาน เพิ่มทางเลือกในการใช้ประโยชน์และต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต

ประโยชน์ของการรับประทานว่านหางจระเข้

1. มีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ชราได้ รวมทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

2. อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนหลากหลายชนิด รวมทั้งสารอาหารชนิดต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอีกทั้งยังให้ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินอี และโคลีน

3. มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร รวมทั้งช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่เสมือนเป็นการดีท็อกซ์ล้างสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายช่วยให้ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น

4. วุ้นว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะในขณะที่ท้องว่าง ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารด้วยเช่นกัน

5. เป็นยาระบายโดยเปลือกว่านหางจระเข้นั้นจะมีน้ำยางสีเหลือง ซึ่งในน้ำยางนั้นจะมีสาร “แอนทราควิโนน” ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายเมื่อนำน้ำยางไปเคี่ยวจนน้ำมันระเหยออกมา จากนั้นพักไว้ให้เย็น จะได้สารสีดำหรือที่เรียกว่า ยาดำ ซึ่งยาตัวนี้จะเป็นยาที่อยู่ในตำรับยาแผนโบราณที่ใช้เป็นยาระบายอยู่ในหลายตำรา

6. ช่วยป้องกันโรคเบาหวานโดยการรับประทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้

7. แก้และป้องกันอาการเมารถ-เมาเรือ โดยให้ลองรับประทานเนื้อวุ้นจากว่านหางจระเข้ หรือน้ำว่านหางจระเข้ก่อนออกเดินทาง

การแปรรูปน้ำสมุนไพรว่านหางจระเข้

ส่วนผสม

1. ว่านหางจระเข้ปอกเปลือกแล้ว  500     กรัม

2. น้ำตาลทรายแดง                 300     กรัม (สามารถใช้น้ำตาลทรายขาวผสมได้)

3. ใบเตย                            10      ใบ

4. น้ำเปล่า                          5        ลิตร


วิธีทำ

1. ตัดว่านหางจระเข้มาผึ่งให้ยางสีเหลืองแห้ง จากนั้นทำความสะอาดว่านหางจระเข้และปอกเปลือกออก

2. นำว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือกแล้วมาล้างทำความสะอาด 2 – 3 ครั้ง

3. หั่นเนื้อว่านหางจระเข้เป็นชิ้นสีเหลี่ยมลูกเต๋า นำว่านหางจระเข้ที่หั่นแล้วมาล้างทำความสะอาดให้หมดเมือก




4. นำหม้อใส่น้ำและใบเตย 5 ใบ ต้มให้เดือด แล้วนำเนื้อว่านหางจระเข้ที่หั่นแล้วลงไปต้มให้สุก โดยสังเกตจากเนื้อว่านหางจระเข้ที่ต้มลอยขึ้นมาแสดงว่าเนื้อว่านหางจระเข้สุกแล้ว



5. ตักเนื้อว่านหางจระเข้ใส่ในน้ำเย็นเพื่อหยุดความร้อนและทำให้เนื้อว่านหางจระเข้ไม่เละ

6. นำหม้อต้มน้ำ + น้ำตาลทราย + ใบเตยที่เหลือ ต้มให้เดือด แล้วใส่เนื้อว่านหางจระเข้ที่ต้มสุกแล้วลงในน้ำเชื่อมรอจนเดือด ปิดเตา ทิ้งไว้ให้เย็นและบรรจุลงขวด น้ำไปแช่เย็นพร้อมรับประทาน




** น้ำสมุนไพรว่านหางจระเข้เก็บได้ 3-5 วันในตู้เย็น

ความคิดเห็น